สวัสดี ไดอารี่ของฉัน

    เมื่อวานเป็นวันที่ฉันรู้สึกแย่มากๆ

ฉันคุยกับตูนเหมือนเช่นปกติใน msn

ในตอนท้าย ตูน ขอเบอร์โทรศัพท์ของฉัน

ถึงฉันมีเบอร์โทรศัพท์เยอะก็จริง แต่ฉัน

จะแยกเบอร์ไว้เป็นส่วนๆ สำหรับเบอร์ธุรกิจ

เบอร์ของฉันและคุณปิง และเบอร์ที่ใช้คุยกับเพื่อนๆ

ฉันอยากจะให้เบอร์ที่ใช้คุยกับเพื่อนๆไปแต่ฉันจำเบอร์นี้

ไม่เคยได้สักที ฉันเลยบอกให้ตูนขอจากอั๊ง แต่เขาบอกว่า

ไม่ดีกว่า แล้วเขาก็ให้ฉัน ยิงไปหาเขา โดยเขาให้เบอร์มา

เบอร์ๆนี้ ฉันบอกว่ามีแล้วล่ะ เป็นเบอร์พี่ของเซเรบี้นี้นา

เขาคงคิดว่าฉันจำไม่ได้ แต่ฉันเห็นครั้งแรกก็รู้แล้ว

อั๊งใช้เบอร์นี้โทรมาอำฉัน ว่าเป็นอัมรินทร์เมื่อไม่นานมานี้

ฉันได้ยินเสียงหัวเราะ ฉันเลยถามว่า ตูนอยู่ด้วยหรอ

เขาบอกว่า เปล่า พี่จริงๆ ฉันก็เชื่อ ก็คิดว่าเรื่องแค่นี้

ไม่เห็นต้องมาโกหกกันเลย ฉันก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย

อยู่แล้วว่าเขาจะอยู่กับแฟนหรืออยู่กับใคร

   แต่ฉันเสียใจทีทำไมเรื่องแค่นี้ต้องไม่พูดความจริง

อั๊งเคยบอกฉัน ว่าจะไม่โกหกกัน ตลอดทีผ่านมาฉันไม่เคย

โกหกอั๊งเลยสักครั้ง

     พอฉันบอกตูนแบบนี้ ตูนก็บอกว่า ให้เบอร์ผิด วันนั้น

เขารู้ไงว่าอั๊งโทรไปอำหมิง เลยแกล้งหมิงอีกรอบ

แต่ฉันก็เสีย feel แล้ว มันเป็นคำแก้ตัวห่วยๆ

ถ้าเขาบอกความจริง ฉันจะไม่หัวเสียขนาดนี้

แต่เขาโกหกแล้วโกหกอีก มันเหมือนกับเห็นฉันเป็นตัวตลกจริงๆ

     ฉันไม่ได้โทรไปวีนอั๊งหรือโทรไปแสดงความรู้สึกอะไร

เพราะฉันก็รู้ว่าเขาไม่จำเป็นต้องมาสนใจความรู้สึกของฉัน

เพราะฉันไม่ได้มีค่ามากมายหรือเป็นคนสำคัญในชีวิตเขา

ฉันก็อยากจะเก็บความรู้สึกแบบนี้ไว้กับตัวเอง

ว่า คนที่ฉันเคยไว้ใจ เชื่อใจ และให้ใจ

ตลอดเวลาฉันมองเขาผิดไปจริงๆ

  ถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาไม่ใช่เรื่องใหญ่

แต่มันก็สะท้อนให้เห็นว่าเรื่องที่ไม่น่าจะโกหก

แต่เขาก็กลับที่จะไม่พูดความจริง

   เหมือนที่ คุณปิงบอก อั๊งอาจจะไม่ใช่คนดีอย่างที่หมิงคิด

ก็ได้  แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ มันก็ไม่สามารถตัดสินหรือ สรุป

เหมา ว่าอั๊งเป็นคนไม่ดี

   แต่ทำไม เขาต้องมาทำลายความรู้สึกทีดีของฉันด้วย

หรือว่า หุ่นยนต์หมายเลข 8 ไม่มีหัวใจ จริงๆ

 

สวัสดี ไดอารี่ของฉัน

  ไม่ได้เข้ามาเขียน 3 วัน เพราะการบ้านเริ่มทยอยเข้ามา

พร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย 5555 เบื่อจริงเลยวุ้ย แต่ทำไงได้

มันคือเป้าหมายของเรานี้นาที่จะต้องเรียนให้ได้เกรดสวยๆ

สู้ๆ สู้ตาย

   เมื่อวันจันทร์ตอนเช้า ฉันได้เอาตุ๊กตุ่นโปเกมอน 250 ชีวิต

ไปให้อั๊งแล้ว แต่ฉันไม่ได้เจอเขาเลยแม้แต่วินาทีเดียว โดย

ฉันได้ลงรถเมล์แล้วอาศัยพี่วินแมงกะไซไป แมนชั่นของเขา

เมือถึงฉันโทรบอกอั๊งว่า ตอนนี้อยู่หน้าห้องแล้ว เอาโปเกมอนมาให้

เขาบอกว่ากำลังสระผมอาบน้ำอยู่ ฉันก็ยืนรอประมาณ 3 นาทีได้

เห็นว่าขืนรอต่อไปเข้าเรียนสายแน่ๆ เลยเอาไว้หน้าห้องเขา

แต่เขาคิดว่าฉันพูดเล่น คิดว่าไม่ได้มาจริงๆ เปิดประตูออกมาเห็น

โปเกมอนก็ตกใจ แล้วยังไปบอกตูนอีกว่า หมิงใจร้าย ไม่ยอมเคาะประตูห้อง

-*- ก็โทรบอกแล้วนี้นา สงสัยฉันคงเหมือนเด็กเลี้ยงแกะ แน่ๆเลย

   ฉันยังคงคุยกับตูนใน msn เรื่อยๆมา ในบทสนทนาก็ยังมี อั๊งเข้ามาวนเวียนอยู่

แต่ฉันก็ปล่อยวางแล้ว มีเรื่องอั๊งก็ไม่เป็นไร เพราะฉันก็บริสุทธิ์ใจ มีความรู้สึกของเพื่อน

ที่มีให้กันนี้นา ตูนยังคงบอกว่าเป็นห่วงอั๊งหลายเรื่อง ก็ดีแล้วที่เขารู้สึกแบบนี้ ก็ดีแล้วที่

อั๊งก็มีตูนคอยห่วงดูแลอยู่ แต่ฉันก็ลดความห่วงเขาได้เยอะแล้ว แต่ไม่ใช่เพราะมีตูน

คอยเป็นห่วงเป็นใยอั๊งแทน หรือว่าอะไร แต่เป็นเพราะ ฉันคิดว่าเขาคิดเป็น แล้วก็แยก

แยะอะไรได้ดี เรื่องต่างๆที่จะเข้ามาหรือการจัดการชีวิตเขา สุดท้ายก็ต้องอยู่ที่ตัวเขา

เองเป็นคนจัดการและตัดสินใจ  ตูนยังบอกเหมือนเดิมว่ามีความสุขที่ได้ห่วงและสบาย

ใจที่ได้เป็นแบบนี้ แต่มันไม่จริงอย่างนั้นหรอก เขาไม่รู้ตัวหรือยังไง ว่าเขายังมีอารมณ์

น้อยใจและยังหลอกตัวเองอยู่ แต่ในเมื่อสิ่งที่เขาทำอยู่ ณ ตอนนี้เขามีความสุขฉันก็ยินดี

ด้วย  

    อย่างที่บอก เขายอมรับว่าเขามักจะปล่อยปะละเลยและมองข้ามสิ่งที่ไม่ดีของอั๊งเพื่อ

ความสัมพันธ์ของเขาเอง มันตรงกับที่วันนี้ฉันเรียนจิตวิทยามาเลย อาจารย์บอกว่า

มนุษย์มักจะเลือกมองในสิ่งที่เห็น คือสิ่งที่เป็นอยู่บางครั้งเมื่อมันทำให้เราไม่สบายใจก็จะ

มองข้ามไป โดยการหลอกตัวเองไปวันๆ ในการมองแต่ด้านดีที่ทำให้ตัวเองรู้สึกดี แต่รู้ไหม

ว่า สิ่งที่ทำอยู่ ณ ตอนนี้มันเหมือนเป็นระเบิดเวลา และผลสุดท้ายคนที่จะเจ็บและเสียใจเอง

ก็คือ ตัวของเรา ฉันก็หวังว่า ตูนคงจะยินดีเป็นฝ่ายให้โดยไม่หวังผลตอบแทนหรือมีความ

สุขที่เป็นแบบนี้จริงๆ อย่างที่เขาได้บอกกับฉัน เพราะฉันก็ไม่อยากเห็นตูนต้องเสียใจ

เหมือนกัน แต่ตูนก็เคยบอกฉันนี้นาว่าอยากจะเป็นผู้โชคดีที่อั๊งได้เลือก เขาก็ต้องมีความ

รู้สึกที่จะได้ครอบครองความรักของอั๊งด้วย

      ฉันก็หวังว่า ตูนจะไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยอะไร เพราะมีบางช่วงเวลาที่ฉันต้องโทรไปหา

อั๊ง แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องงานที่อาจารย์ให้ทำมากกว่า เพราะมีแต่โจทย์ยากๆที่ฉันตี

โจทย์ไม่ออกเอาซะเลย แล้วอั๊งก็มักจะมีข้อแนะนำดีๆ ที่ฉันก็คาดไม่ถึง เหมือนอย่าง

สุภาษิตที่ว่า ยังไงซะ " 2 หัวก็ดีกว่าหัวเดียว" เห็นจะจริงแฮะ

   คุณปิงก็ไม่สบาย แถมไออีกต่างหาก ก็เขาตื่นเช้าทุกวันแบบนี้ ก็ป่วยง่ายนะสิ หายเร็วๆ

แล้วกัน แต่วันนี้แอบดีใจ ที่เขาใส่สร้อยข้อมือที่ซื้อให้ เพราะเมื่อวานตอนให้เขาบอกว่า

"ไม่ใส่หรอก มันเก่ะก่ะ "แล้วยังเอาแหวนสร้อยที่ซื้อให้มาใส่นิ้วนางอีกด้วย แต่เขาบอกว่า

ไว้เป็นไม้กันหมา  -*-  

   แต่คุณปิงก็ยังไม่ค่อยไว้ใจฉันเกี่ยวกับเรื่องอั๊งอยู่ดี คิดว่ายังมีใจให้อยู่ ถึงจะบอกว่าฉันมี

ความ รู้สึกที่ดีแบบเพื่อนแล้วก็ตาม เดียวเวลาก็เป็นเครื่องพิสูจน์เองแหละนะ

ตูนแนะนำบอกว่าให้ ปิงคุยกับแฟนอั๊ง -*- มันไม่ได้ช่วยอะไรเลยสักนิด มันกลับจะทำให้

บานปลายกันมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ แล้วอีกอย่างฉันไม่คิดเข้าไปยุ่งเรื่องส่วนตัวอั๊ง

เลย 

โปเกมอน ค้ำคอจริงๆ

posted on 14 Jun 2009 01:05 by romio-romantic

  สวัสดี ไดอารี่ของฉัน วันนี้ฉันอยู่บ้านเคลียร์งานต่างๆทั้งเรื่องการเรียน และงานบ้าน

เวลาฉันทำงานบ้านทีไร รู้สึกจิตใจมีความสุขทุกครั้ง มันเหมือนเป็นการปรับชีวิตให้ดีขึ้น

ปรับรูปแบบให้เป็นระเบียบและระบบมากกว่าเดิม

   วันนี้คุณอั๊ง ย้ายหอใหม่แล้ว โดยมี ตูนไปช่วยย้าย ฉันเองก็อยากจะไปช่วยเขาเหมือนกัน

แต่ด้วยภาระกิจต่างๆที่ยังทำไม่เสร็จ ทำให้ฉันไม่สามารถไปได้ แต่ เซรเบี้ ก็มี ตูน ค่อยช่วยเหลืออยู่แล้ว

ฉันก็ไม่ต้องห่วงอะไรมาก คุณอั๊งดีนะที่มีตูนคอยให้ความเป็นห่วง ดูแลและคอยช่วยเหลือ อยู่ไม่ห่าง

ตอนนี้ฉันก็ พยายามจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับอั๊งมาก เพื่อที่จะไม่ให้ อั๊งและตูนต้องมีปัญหากัน ถึงแม้ ตูนจะ

ไว้ใจฉัน หรือเขาทั้งสองคนจะดีกับฉันก็ตาม แต่ฉันคิดๆดูแล้ว ฉันอยู่ ณ ตรงจุดๆนี้ก็ดีแล้วนี้นะ

ถ้าถามว่าอยากเจอเซเรบี้ไหม ฉันก็อยากหรอกนะ แต่ถ้าหากฉันเจอแล้ว มันก็ต้องมีอะไรที่อาจจะเกิด

ขึ้นได้เสมอ ความรู้สึก และความคิดของฉันจะยังคงเป็นแบบนี้หรือเปล่า

    ฉันคุยกับ ตูน บางครั้งที่ตูนถามอะไรๆ ฉัน ฉันก็พยายามบ่ายเบี่ยง อย่างเช่น เรื่องคุยโทรศัพท์กับอั๊ง

ฉันก็บอกว่า ไม่อยากจะโทรหาอั๊งเท่าไร เพราะว่าเปลืองเงิน เรื่องเป็นห่วงก็เหมือนกัน ฉันบอกว่า ไม่ได้

เป็นห่วงเลย ไม่รู้จะห่วงทำไม เขาโตแล้ว ฉันคงกลายเป็นผู้ร้ายปากแข็งแล้ว

     วันนี้ฉันคุยโทรศัพท์กับอั๊ง ฉันพูดล้อเล่นว่า คืนนี้จะไปนอนกับเขา จะได้มี sex กัน แต่ฉันลืมบอกไป

ว่าฉันล้อเล่น ฉันไม่ได้คิดอะไรแบบนี้เลยจริงๆให้ตายเหอะ เขาจะเอาคำพูดฉันเก็บไปคิดหรือเปล่าว่ะ

ให้ตายเหอะโรบิ้น ฉันโทรไปหาเขา แต่เขาไม่รับคงนอนแล้วเพื่อจะได้แก้ตัว แต่ช่างเหอะ เขาลืมง่ายจะ

ตาย ก็คงจะลืมแล้วละมั้ง อย่าไปขุดคุ้ยให้มันน่าอายเลยดีกว่า

     ฉันคิดๆดูแล้ว เรื่องจะเอาโปเกมอนไปให้เขา ฉันจะไม่ไปเจอเขาแล้วดีกว่า

1. เพื่อที่ตูนจะได้สบายใจ

2. เพื่อที่จะไม่ให้ปิงคิดมาก

3.เพื่อที่ฉันจะได้ไมคิดอะไรกับเขาเกินเลยกว่าเพื่อนตอนนี้ เพราะฉันรู้ว่า ฉันรักใครไม่ได้อีกแล้วนอก

จากปิง แต่มีเพียงคนๆเดียว คนนั้นก็คือ อั๊ง นี้ล่ะ ฉันหยุดดีกว่า

แต่ ฉันขอที่อยู่อั๊ง อั๊งบอกว่า อยากเจอหมิงมากกว่า จะได้เลี้ยงไอติมด้วย โอ้ย ไอติม ก็อยากกินนะ

คิดหรือว่าหมิงจะไม่อยากกินกับคุณอ่า  พรุ่งนี้ค่อยคิดอีกที่ คืนนี้นอนก่อนนะ เดียวตื่นมาปวดตาอีก

-*-

ขอให้น้าไปดีนะ

posted on 12 Jun 2009 00:38 by romio-romantic

สวัสดี ไดอารี่ของฉัน

     วันนี้ฉันไปงานศพ น้าของฉัน ที่วัดพระศรีมหาธาตุ แถวๆบางเขน

โดยฉันตามไปสมทบกับแม่ของฉันและญาติที่มากันก่อนแล้ว ถึงแม้

ว่าตามสายเลือดแล้ว เขาจะเป็นญาติห่างๆของฉันแต่ความรู้สึกที่ฉันมีให้เขา

มันมากกว่า ญาติสนิท ของฉันด้วยซ้ำ เพราะฉันสามารถรับรู้ถึงความจริงใจ

ที่เขามีให้ฉันและ ครอบครัวของฉัน แต่วันนี้เขากลับไม่อยู่แล้ว

     เขาอยู่โรงพยาบาล 2 เดือน แต่บ้านฉันไม่ได้รับข่าวเลย พอวันที่เขาเสีย

แฟนของเขาจึงโทรมาบอก ฉันแอบโกรธเล็กน้อย ว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้

ฉันเข้าไปจุดธูป ไหว้เขา บอกว่า " หมิงรักน้านะ ขอให้น้าไปสู่สุขคติ น้าหมดทุกข์แล้ว"

ฉันลงมานั่งคิดดู เกิด แก่ เจ็บ ตาย มันก็มีแค่นี้ล่ะนะ ชีวิตคนเรา

     ฉันนั่งดูอัลบัมรูปถ่าย ตอนที่เขาอยูโรงพยาบาล ฉันสามารถรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่เขา

ได้รับได้เลย  ฉันอยากจะร้องไห้จริงๆเชียว

ทำไงดีอ่ะ

posted on 11 Jun 2009 00:12 by romio-romantic

สวัสดี ไดอารี่ของฉัน

    วันนี้เป็นวันที่ 3 ที่ฉันได้คุยกับ ตูน เพื่อนของอั๊ง หลังจากที่เขาทิ้งเมลให้ฉัน ฉันคิดแล้วคิดอีกว่า

จะแอดไปหาเขาดีไหม?  ผลสุดท้ายฉันก็แอดไป สาเหตุเพราะ เขาคุยดีกับฉันตลอดใน ไฮไฟ และ

ถ้าฉันไม่แอดไป จะทำให้เขารู้สึกแปลกใจก็เป็นได้ เรื่องที่คุยส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องทั่วไป แต่ก็มีเรื่อง

ของ อั๊ง บ้างเล็กน้อย ฉันพยายามจะหลีกเลี่ยงคุยเรื่องของ อั๊ง เพื่อไม่ให้มันเกิดปัญหาอะไรตามมา

แต่ดูเหมือนบทสนทนาก็ยังมีเรื่องของอั๊งอยู่

    วันนี้ ฉันคุยกับเขาเรื่องทั่วไปปกติ แต่พออั๊ง ออน msn บทสนทนาของเขาก็เปลี่ยนไป เขามาปรึกษา

ฉัน ประมาณว่า เกี่ยวกับแอบรักใครคนหนึ่ง แล้วคนๆนี้ก็มาสายตลอด เพราะติดเพื่อน เขารู้สึกน้อยใจ

แต่ไม่กล้าบอกออกไป เขาควรจะบอกไปดีไหม??  ฉันก็แนะนำเขาไปว่า ต้องลองถามตัวเองเสียก่อน

ว่า ถ้าพูดไปแล้ว จะสบายใจหรือเปล่า ถ้าพูดแล้วกลัวจะเสียเขาไป ก็อย่าไปพูดเลยดีกว่า  ถ้าหากจะ

บอก เราก็ควรจะบอกด้วยเหตุและผล ไม่ใช่บอกด้วยความน้อยใจ มันจะดีกว่า แล้วเขาก็ตอบ

มาว่าใช่ ตูนกลัวจะทำให้เขารำคาญ กลัวเขาอึดอัด แล้วฉันก็ถามเขาไปอีกว่า คนๆนี้ คือเพื่อนหรือคนที่

ตูนแอบรัก เขาบอกว่า เป็นคนที่เขารักแต่ไม่รู้ว่า คนๆนี้จะคิดเหมือนกันไหม ?  ฉันก็บอกว่า แน่ใจหรือ

ว่าตอนนี้ตูนกำลังรักเขาอยู่ หมิงว่า ตูนกำลังหลงมากกว่านะ เพราะถ้าหากเป็นรักทีแท้จริง เราสามารถ

เตือนเขาได้หากสิ่งนั้นไม่ถูกต้อง เพราะมันจะเป็นผลดีต่อตัวเขาเช่นกัน แต่หากเราหลง เมื่อเราเห็นจุด

บกพร่อง เห็นสิ่งที่เขาทำไม่ถูกต้องเราก็จะมองข้ามไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตูนเองก็ยอมรับว่า ทุก

ครั้งที่ผ่านมาเขามองข้ามสิ่งที่ไม่ดีของเขาไปตลอด ฉันรู้ว่าคนๆนี้ ก็คือ อั๊ง นั้นเอง แต่ฉันก็แกล้งทำเป็น

ไม่รู้ แต่มันทำให้ฉันไม่เป็นตัวของตัวเองเสียเลย ฉันเลยถามเขาตรงๆ ว่าใช่ เซเรบี้ ไหม เขาถามฉันกลับ

ว่า หรือว่าหมิงรัก เซเรบี้ ? หมิงตอบว่า หมิง รัก อั๊ง เขาถามต่อว่า อั๊ง รู้หรือเปล่า ฉันก็บอกว่า รู้ดิ ความ

รักเป็นเรื่องที่ดีนะ แต่ที่หมิงรักอั๊งไม่ใช่เชิงแบบนั้นนะ หมิงรักเขาแบบเพื่อนที่หมิงให้ใจเขา  เขา

บอกว่า ทำไมถึงคิดว่าเป็นอั่งอั๊ง ฉันก็บอกว่า ฉันมี เซ็น เซย่า 5555 แล้วเขาก็ยอมรับ

     ฉันไม่แปลกใจที่ผลออกมา ต้องเป็น อั๊ง แต่ฉันไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของเขาสองคนเป็นอย่างไร

แต่เท่าที่ฉันวิเคราะห์ดู จากคำพูดของ ตูนเองและอั๊ง   " ตูนแอบรักอั๊งฝ่ายเดียวแน่นอน แต่กับอั๊ง คง

ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยไปกับตูนมากกว่าคำว่า "เพื่อนรุ่นพี่" แน่นอน

    ฉันรู้สึกเห็นใจตูนเหมือนกัน ที่เขาตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ฉันรู้ว่า เขาเป็นห่วงอั๊ง แล้วก็คงมีอารมณ์หึง

อั๊งบ้าง ฉันถามเขาว่า คุณสบายใจไหม หากหมิงเจออั๊ง?  เขาบอกว่าเจอได้ เพราะหมิงไม่ได้มาทำร้าย

อั๊ง  ฉันก็ถามไปต่อว่า แล้วไม่กลัวหมิงตกหลุมรักอั๊งหรอ แบบรักแรกพบนะ เขาก็ตอบกลับมาว่า " มัน

จะเป็นแบบนั้นจริงหรอ"  เหอๆๆ เขาไม่สบายใจเลยนี้นา เขาตอบกลับมาว่า " ถ้าเป็นอย่างนั้น ให้อั๊ง

เลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเขาแล้วกัน" หมิงบอกว่า ถ้าไงเรื่องโปเกมอน หมิงจะไม่ไปเจออั๊งแล้วกัน

หมิงหาวิธีอื่นไว้แล้ว ส่งไปรษณีย์ไปก็ได้ เพื่อความสบายใจ แต่เขาบอกว่าไม่เป็นไร เอาเป็นว่า เขาไว้ใจ

อั๊ง แล้ว ก็เอาเป็นว่าไว้ใจหมิงด้วยเหมือนกัน.. คำๆนี้ฉันฟังแล้วสะดุด เขาบอกว่าไว้ใจอั๊งแล้วก็ไว้ใจหมิง

ฉันคิดว่า หาก ฉันมี ID (อิด) มากกว่านี้สักหน่อย ฉันคงจะทำตามที่ฉันอยากจะทำ หากฉันรักอั๊ง ฉันก็

จะรักโดยไม่สนใจเขา เขาบอกแบบนี้เหมือนอั๊งเป็นแฟนเขาเลย แต่ฉันยังมี อีโกร มากกว่าที่มาคอย

ควบคุมไอ้เจ้า อิด นี้ในสิ่งที่ถูกผิด แต่หากฉันมี ซุปเปอร์ อีโกร ถึงฉันจะเป็นคนดีก็จริงแต่ก็คงถูก

สังคมตราหน้าว่า ไอ้หน้าโง่ ถึงเวลานั้น ฉันก็ควรไปบำเพ็ญเพียรอยู่ในป่า แล้วล่ะ อั๊งมีแฟนแล้ว ฉันไม่

ต้องการจะเข้าไปแทรก  ฉันก็ไม่รู้จริงๆนี้นา  ตูนอาจจะเป็นแฟนของอั๊งจริงๆก็เป็นได้นี้

  ฉันคิดว่า พรุ่งนี้ฉันจะเอาโปเกมอนไปให้อั๊งตามที่คิดไว้ แต่พรุ่งนี้แม่ฉันชวนไป งานศพญาติแถว

บางเขนทำให้ฉันต้องเลื่อนไป แต่เมื่อมีเหตุการณ์แบบนี้ ฉันไม่อยากให้ ตูน ไม่สบายใจเลยจริงๆ อย่าง

น้อยๆ เขาก็คงคิดมากแหละ เขาก็คิดดี ทำดี กับอั๊งนี้นา

    ฉันรู้ว่า ทุกคนเป็นคนดี แต่ก็ไม่มีใครดีหมดไปทุกอย่าง แต่พื้นฐานทุกคนคือ อยากจะเป็นคนดีด้วย

กันทั้งนั้น แต่สำหรับ ตูน มันเร็วเกินไปที่ฉันจะให้ใจเขา แต่เพียงแค่ฉันรู้สึกว่า เขาน่าเห็นใจ หากเป็น

อย่างที่ฉันคิด 

   ฉันอยากเจออั๊งมากๆๆ  

   ฉันกำลังคิดว่า มันไม่ถูกต้อง หาก ฉันจะไปเจออั๊ง แต่มันก็ไม่ถูกต้องอีก เพราะฉันบอกกับอั๊งไว้

เหมือนกัน  ทำไงดีนะ ไอ้หมาหมิงเอ๊ย??? นอนดีกว่า

 

สวัสดี โรมิโอ-โรแมนติก ไดอารี่ที่รัก

    ห่างหายจากการเขียนไดอารี่ไปหลายวัน

เป็นเพราะช่วงนี้เวลาดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุด

สำหรับการเปิดเทอมครั้งใหม่ที่ดูเรื่องราวต่างๆยังคงสับสน

วุ่นวาย ไม่เข้าร่องเข้ารอยสักเท่าไร..ตอนนี้ดูเหมือนใครตั้ง

ตัวได้ก่อน จะเป็นผู้ได้เปรียบสำหรับการเริ่มต้นที่ดี

   แต่กับฉัน ไอ้นี้ก็ยังไม่ได้ทำ ไอ้นั้นก็ไม่ได้ทำ แต่อีกไม่นาน

มันก็คงเริ่มจะลงตัวแล้วล่ะ

    วันนี้เป็นวันเสาร์ที่หลายๆคนอาจตื่นสาย แต่ฉันก็ยังคงตื่น

8 โมงเช้าอยู่ดี เพราะวันนี้คุณปิงมาสอนทำโปรแกรม power point

และ photo shop ซึ่งฉันต้องเริ่มเรียน intro to com ที่ต้องใช้  ดีไซน์

ผลิตภัณฑ์ เป็นบ้างดีกว่ายังไม่เป็นเลย แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่หลายจุด

    ขอบคุณคุณปิง ที่เป็นครูเฉพาะกิจ ให้วันนี้ แล้วยังมาว่าฉันเป็นเจ้าหนูจำไมอีก

ก็คนมันไม่เข้าใจ จะให้ทำไงได้หว่า??

    ป่านนี้ตาอั๊งจะเป็นยังไงบ้าง อยู่ดีมีสุขหรือเปล่า เขาจะไปค่ายหรือยังนะ

ถ้าไป ป่านนี้คงกลับมาแล้วอ่าดิ แล้วอยู่หอใหม่หรือยังอ่ะ ผีจะหลอกเขาหรือเปล่านะ??

    แต่ก่อนฉันเป็นห่วง คุณปิง คนเดียวแต่เดียวนี้ ฉันมีคนให้ห่วงเพิ่มอีก 1 คนก็คือ คุณอั๊งนี้แหละ

ก็แปลกใจอยู่ คุณอั๊งมาได้อย่างไร เข้ามาตอนไหน ทำไมหัวใจของฉันมันปล่อยให้คนคนนี้เข้ามา

ได้ง่ายดายจริงๆ แต่เขาก็ไม่มีพิษมีภัยนี้แฮะ ไม่เป็นไรหยวนๆ 5555

    ถ้าถามว่าความรู้สึกตอนนี้กับความรู้สึกตอนแรกที่ได้เจอ มันต่างกันไหม?

ฉันก็ตอบได้เลยว่า ไม่ต่างกัน ฉันยังคงเสมอต้นเสมอปลาย แต่บางอย่างที่ฉันเคยสามารถทำได้

แต่ตอนนี้ก็ต้องกลับเข้ามาคิดทบทวนตัวเองเสียใหม่

    หากสิ่งที่เขาอยากได้จากเราคือความเป็นเพื่อน

ไม่ใช่การทุ่มเทความรัก  ฉันก็หยุดการทุ่มเทที่ไร้ความหมาย

แล้วมอบความเป็นเพื่อนแท้ให้เขาไปซะ มันก็เพียงแค่นี้เอง

แล้วเขาก็จะตอบแทนเราด้วยความรู้สึกดีๆ เช่นกัน

ที่จะสร้างความสุข และพลังให้แก่ฉันได้เอง

    ฉันลองตั้งสติ แล้วถามตัวเองดูนะ

ที่ฉันบอกว่ารักเขามากมายนั้น มันใช่ความรักจริงๆหรือเปล่า

ถ้าหากมั่นใจว่าฉันรักคนคนนั้นอย่างแท้จริง

แค่เลิก ยัดเยียด สิ่งที่เขาไม่ต้องการ

แล้วเปลี่ยนมาให้ ในที่เขาอยากจะได้และอยากจะเห็นมัน

บางที่คำถามที่เคยเกิดขึ้นในหัวสมองของฉัน

คำตอบนั้นอาจทำให้ฉันมีความสุขกว่าที่เคยเป็น

    ฉันคิดว่า ความรักเป็นสิ่งที่ดี และมันก็ดีมากเลยแหละ

แต่สำหรับคนที่เคยถูก ความรัก ทำให้เสียใจ

ฉันอยากจะบอกว่า คุณไม่ได้โชคร้ายเลยแม้แต่นิดเดียว

แต่คุณเป็นผู้โชคดีต่างหาก โชคดีที่คุณเป็นผู้ให้รัก

ถึงแม้คุณจะยังไม่เป็นผู้ถูกรักก็ตาม

    อย่าเสียใจ หากคนที่เรารักเขาไม่รักเราตอบ

ฉันเคยบอกคนๆหนึ่งว่า " เธอรู้ตัวหรือเปล่าว่าหัวใจเธอพองขึ้นทุกวัน

แต่ขณะเดียวกัน หัวใจฉันนั้นมันเล็กลง เล็กลง เรื่อยๆ" เพราะฉันให้

ใจ ให้ความรักเธอไปทุกวัน แต่ฉันกลับไม่เคยได้มันมาบ้างเลย

เขาไม่ได้เป็นคนผิด ที่ฉันต้องไปเรียกร้องความยุติธรรมมาจากเขา

    ถ้าหากคุณรักใคร แล้วเขาไม่เห็นคุณค่าของเราเลย

โปรดกลับมาย้อนคิด และอย่าไป ร้องขอความรักจากเขา

คิดซะว่า ความรักที่เราให้เขาอาจจะมีค่าที่เรายอมสูญเสียทุกอย่างเพื่อได้มา

แต่สำหรับเขาแล้ว รักของเราอาจจะเป็นเพียงฝุ่นผงที่ลอยไปลอยมาไม่มีค่าอะไรเลย

แถมบางครั้ง เขายังต้องระวัง หรืออาจจะกลัว ว่ามันจะไปเข้าตาเขาด้วยซ้ำไป

ฉันไม่อยากเป็นแบบนั้น ฉันอยากให้ถอยหลังกลับมา แล้วยืนมองเขาห่างๆ

ไม่ต้องทำอะไรเพื่อเขา เพราะยิ่งเราทุ่มเทมากเท่าไร ฉันเชื่อว่าเขาไมได้ซึ้งกับการกระทำ

อะไรของเราหรอก แต่มันกลับทำให้เขายิ่งห่างเราไปมากยิ่งขึ้น เพราะเขาจะรู้สึกผิดที่ไม่สามารถ

ตอบแทนการทุ่มเทให้กับเขาได้ สิ่งนี้ก็คือ เขาไม่สามารถรักเราได้ยังไงล่ะ มันจะกลายเป็นการบั่น

ทอนความสัมพันธ์กันมากกว่า

     ถอยหลังกลับมา  แล้วก็ให้ ในสิ่งที่เขาอยากจะได้ ดีกว่า ยัดเยียดในสิ่งที่เขาไม่ต้องการจะดีกว่านะ

 

 

รับน้อง..จนเปื่อย

posted on 03 Jun 2009 00:50 by romio-romantic

สวัสดี ไดอารี่ของฉันในวันที่ฉันอ่อนล้า

    ฉันแทบจะไม่มีแรงก้าวขาแล้วจริงๆ

วันนี้เป็นวันรับน้องวันที่ 2

ที่ดูเหมือนเพื่อนๆทุกคนจะจริงจังและตั้งใจ

ทำหน้าที่กับการเป็นพี่ที่ดีที่สุดและโหดที่สุดให้กับน้องๆ

พวกว๊ากเกอร์ลง วันนี้ โหดจริงๆ ทำให้น้องๆเกร็ง

จนชักและเป็นลมไปหลายราย  หน่วยแพทย์พยาบาล

ประจำของเราเอาไม่อยู่จน ต้องส่งไปห้องพยาบาลกันเลยทีเดียว

ฉันเห็นว่า คณะเรารับน้องโหดสุดที่สุดใน มหาลัย แล้ว แต่โหดในที่นี้

ก็เพื่อให้น้องๆได้มาเพื่อความรัก สามัคคีกัน และร่วมมือกัน

     วันนี้ฉันไม่สบายแล้วล่ะ ฉันยอมรับแล้วล่ะว่าฉันไมได้เหนือมนุษย์คนอื่นๆ

ไม่ได้มีสิทธิพิเศษไปกว่าใคร ที่ฉันมักพูดโอ้อวดคุณปิงบ่อยๆ

    ลมหายใจของฉัน ร้อนๆ แล้ว และเริ่มจะมึนๆปวดหัว แต่ก็ยังไม่ได้ทานยาเลย

พรุ่งนี้ ถึงจะมีเรียนบ่าย แต่ถ้าไปไม่ไหวจริงๆฉันก็คงจะโดดล่ะ

เลิกรับน้อง 1 ทุ่ม กว่าฉันจะกลับมาบ้านก็เกือบ 4 ทุ่ม

ทั้งเหนื่อยจากการรับน้องและเหนือ่ยจากการเดินทางอีก (ก็คนมันบ้านไกล นี้หว่า)

   ตอนนี้ฉันอยากนอน แล้วมีคนมานวดจริงๆเลย คงจะสวรรค์น่าดู

   โอ้ยโอย ไม่ไหวล่ะ นอนดีกว่า ตาจะปิด

ตอบ..คุณหมี  ทำไม ต้องฮิตเลอร์

   ก็เพราะว่าแต่เดิม ม. พระจอมเกล้าพระนครเหนือ มีชื่อว่า เทคนิก ไทย-เยอรมัน

ที่เกิดจากความร่วมมือของทั้งสองฝ่าย  พ่อของเรา ก็เลยเป็น ท่านฮิตเลอร์ ผู้นำทัพซีของเยอรมันไงล่ะ

พ่อกู ฮิตเลอร์

posted on 01 Jun 2009 23:14 by romio-romantic

สวัสดีไดอารี่ของฉัน ในวันที่ร้อนอบอ้าวที่สุดวันหนึ่ง

   วันนี้เป็นวันเปิดเรียนวันแรก กับเช้าวันจันทร์ที่แสนจะยุ่งเหยิง

วันนี้มีเรียน 8 โมงเช้า ( เช้าแบบสุดพลังจริงๆ) แต่ฉันกลับตื่น 7 โมงครึ่ง

กว่าคุณหมิงจะตื่นขึ้นมานั่งเมาขี้ตา ลุกขึ้นมารีดผ้า อาบน้ำแต่งตัว ก็ออกจากบ้าน

ราวๆ 8 โมงครึ่งเห็นจะได้  ออกมาเจอกับจราจรอันติดขัด สรุปแล้ววันนี้ฉันไปถึง

มหาวิทยาลัย 10 โมงกว่า แต่โชคดีของคุณหมิงที่อาจารย์มาสอนสายถึง 11 โมง

5555+แต่ปล่อย late กินข้าวเกือบ 20 นาทีแน่ะ แต่ไม่เป็นไร หยวนๆๆ

    วันนี้ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้มีเรียนอย่างที่คิด ส่วนใหญ่จะแนะนำการสอนเสียมากกว่า

ถึงตอน 4 โมงเย็นก็ถึงเวลารับน้อง ที่ปีนี้มีถึงเกือบ 90 คนและก็มีผู้ชายเยอะมากเสียจริงๆ

พวกว๊ากเกอร์ ก็ว๊ากกันสุดพลัง ฉันสงสารก็แต่น้อง นี้แค่วันแรก ต่อไปคงเจออะไรที่ทำให้สะเทือน

อารมณ์ได้อีก แต่น้องปีนี้น่ารักเยอะมากๆ แรงส์กันจริงๆ เชียว

   เห้อ วันนี้ร้อนอบอ้าวมาก เป็นเพราะพวกเรามีสถานที่รับน้องกันอย่างจำกัด จะเอาอะไรมากกับ

พระจอมเกล้า พระนครเหนือ ที่ใจถึง ทุบตึกเก่าสร้างตึกใหม่เป็นว่าเล่น และต้องมาแก่งแย่งที่ดิน

ทำมาหากินรับน้องกันอีก ถ้าคิดเป็นอัตราความหนาแน่นวันนี้ ก็ประมาณ 20 คนต่อ 1 ตารางนิ้วได้มั้ง

แย่งอากาศกันหายใจเข้าไป 

    วันนี้ ฉันล้ามากๆ เป็นเพราะเป็นช่วงปิดเทอม ไม่ได้ทำอะไร เป็น ง่อย ซะนาน พอวันนี้มี activity

เข้าหน่อย ก็อ่อนแอเป็นคุณหนูซะง้าน แต่อีกไม่นานคงปรับตัวได้ พอตกเย็น เลยชวนคุณปิงไป

ทานโจ๊ก เจ้าที่ฉันกินบ่อยๆ แต่คุณปิงไม่ชอบทานโจ๊กหรอก ฉันรู้ดี คุณปิงก็เลยสั่งสุกี้แห้งทานซะ แล้ว

ก็ต่อท้ายด้วย ลูกชื้นทอดอีก ลูกชิ้นคุณป้าแกแข็งสุดพลัง เหมือนกัน  แต่รู้สึกเหมือนมันยังไม่ครึ่ง

กระเพาะเลย  สงสัย ท้องฉันจะมีพยานาค  หัว ซะละมั้ง เลยทานอะไรไม่อิ่มสักกะ

    เมื่อวานคุณอั๊งกลับมาแล้ว ดีใจที่เขายังสบายดี แต่ดูเหมือนเขามีเรื่องไม่สบายใจนิดหน่อย ที่ยังคง

แก้ไม่ตก ฉันรู้ว่า อั๊งเป็นคนหัวดีและก็คิดดีนะ แต่บางครั้ง ใจเขาก็ดูอ่อนแอเกินที่จะรับมือกับปัญหา

แต่ฉันว่า เขาก็คงรู้วิธีแหละ ว่าจะจัดการกับมันอย่างไร แต่วิธีนั้นมันจะแก้ปัญหาได้จริงๆหรือเปล่า

และเมื่อวานฉันเล่น โก่ะ กับเขา ฉันก็เป็นฝ่ายแพ้ตามระเบียบทุกที ต้องเลี้ยงข้าวเขาอีก หนึ่งมือ้

เฮ้อ!! ทำไมฉันไม่ชนะเขาบ้างว่ะ อยากจะชนะเขามากๆแล้วจริงๆ

    พรุ่งนี้ มีเรียน บ่ายโมง ยิปปี้ ตื่นสายได้ แต่ยังไงก็ต้องไปทานข้าวเที่ยวกับคุณปิงอีก ก็คงตื่นราวๆ

9 โมงเช้าละมั้ง ออกจากนี้ 10 โมงเช้าก็น่าจะทัน 

   บูม วทอ. บูม  วทอ. 

 " พ่อกูฮิตเลอร์  แม่กูไม่มี  ลูกทัพนาซี ไทย-เยอรมัน ไทย-เยอรมัน "

"แสด คือ โลหิต ดำ คือ ดวงจิต แสดดำคือ โลหิตดวงจิต

เชียร์ ๆ สู้ๆ who are we - can you see

c.i.t  

เชียร์ ๆ 

ส่วนอันนี้ เวอร์ชั่นใหม่

" พ่อกู ซิสเลอร์ แม่กู เอ็มเค ลูกทัพเคเอฟซี เดอะมอลล์ งามวงวานศ์ เดอะ มอลล์ งามวงวานศ์ "

555555555555 ขำขำ 

 

สวัสดี ไดอารี่ของฉัน

     เมื่อวานฉันรู้สึกเหงา แต่วันนี้ฉันเหงายิ่งกว่า

เมื่อวานฉันรู้สึกเป็นห่วงเขา แต่ตอนนี้ฉันเป็นห่วงเขายิ่งกว่า

วันนี้ฉันนั่งแต่ถอนหายใจ มันเหมือนชีวิตฉันมีบางสิ่งที่ขาดหายไป

เหมือนร่างกายของฉันมีแต่ร่างที่หัวใจมันล่องลอยไปเที่ยวไหนก็ไม่รู้

    เสียง contact ใน msn  ลงชื่อเข้าใช้ ฉันดีใจเพราะคิดว่าต้องเป็นเขาแน่ๆ

แต่แล้วมันก็ไม่ใช่ ความรู้สึกของฉันมันเหมือนกับเด็กที่ได้ไอติมมาแล้วทำไอติมหล่น

ซะอย่างนั้น  ...เขาหายไป 2 วันแล้ว  2 วันแล้วที่ฉันไมได้คุยกับเขา ฉันเป็นห่วงเขาเสีย

จริงๆ  ฉันรู้ว่าเมื่อคืนวันพฤหัสเขาออกเที่ยว และวันศุกร์เขาต้องไปจ่ายค่าเทอมที่มหาลัย

ตอนนี้เขาก็น่าจะกลับบ้านได้แล้วนี้นา?? หรือว่าเขาจะอยู่บ้านแฟน หรือ บ้านเพื่อนของเขา

อันนี้ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน มืดแปดด้านจริงๆ 

     ฉันมีเบอร์ของเขา แต่ฉันก็ไม่อยากจะโทรไป ฉันคงคิดมากไปเองละมั้ง เขาโตอย่างแมมมอส

แล้ว จะเป็นห่วงอะไรหนักหนาว่ะ ทำอย่างกับถ้าฉันเป็นห่วงแล้วมันมีอะไรดีขึ้นมาอย่างนั้นอ่ะ

ไม่ห่วงแล้วเว้ย ไปจดตารางสอนดีกว่า  .....ไงก็ขอให้คุณพระคุ้มครองคุณแล้วกัน สาธุๆๆ

 

เหม็นไอ้ตัวเบื่อ

posted on 29 May 2009 19:15 by romio-romantic

สวัสดี ไดอารี่ของฉันเหมือนเช่นทุกวัน

ฉันรู้สึกเหมือน ซอมบี้ หรือไม่ก็ มัมมี่เข้าไปทุกวันๆ

ตอนนี้ฉันรู้สึกเบื่อมากๆมันคงสืบเนื่องมาจากเมื่อวาน

เมื่อคืนฉันได้คุยโทรศัพท์กับคุณปิงเหมือนเช่นเดิม

จนคุณปิงทนไม่ไหวหงุดหงิดกับการฟังเสียงของฉัน

เลยต้องถามออกมาว่า ทำไมพูดจาด้วยน้ำเสียงแบบนี้

ฉันเลยต้องปรับ volume และ โทนเสียงใหม่ ใส่แอคโค่ เพิ่มขึ้นอีกนิด

ก็คนมันน่าเบื่อนี้หว่า ทำไม่เดียวนี้ ไอ้ตัวเบื่อมันเข้ามา

มามีอิทธิพล บทบาทกับฉันมากมายนักนะ

ฉันจำได้ว่า ฉันรู้สึกเบื่อ เส็งกะตายแบบนี้มาเป็นสัปดาห์แล้ว

คงไม่มีใครที่ไม่เคยรู้สึกเบื่อ เบื่อคน เบื่อสถานที่ 

เบื่อรสอาหาร เบื่อการเรียน เบื่อการงาน หรือเบื่ออะไรต่อมิอะไรสารพัด

ฉันก็เป็นคนหนึ่งนี้ล่ะ ที่ชอบพูดคำว่าเบื่อ เวลาจะออกเสียงมัน

ต้องทำหน้าตาบ่งบอกถึงความเบื่อสุดๆอ่ะ ยิ่งเบื่อมาก ก็ยิ่งลากเสียงยาว

แห่ะๆ 

ฉันรู้นะว่าความเบื่อมันเกิดมาจากอะไร แล้วฉันก็ไม่อยากจะเป็นขี้เบื่อ

แบบนี้อีกแล้ว เพราะถ้าฉันเป็นคนขี้เบื่อบ่อยๆ มันอาจจะทำให้ฉันกลาย

เป็นคนน่าเบื่อไปในที่สุด  มันก็คงเหมือนกับคนที่ถูกปลิงเกาะมั้งที่ค่อยๆ

เสียเลือดไปทีละนิดโดยไม่รู้ตัว ก็ไม่ต่างอะไรไปกับความเบื่อที่เกาะคอยดูด

ความมีชีวิตชีวาให้ค่อยๆหายไปที่ละนิดละน้อย ถ้าเป็นแบบนี้ก็หมดความตื่นเต้น

น่าค้นหาอ่ะดิ ไม่เอาล่ะ ไม่เบื่อแล้วดีกว่า ไสหัวไป ไอ้ตัวเบื่อ ชิ้วๆๆ

ที่ฉันเป็นแบบนี้ก็เพราะ ฉันเป็นห่วงไอ้ลิงขี้เมานั่นแหละ

เมื่อวานเขาบอกว่าจะไป Hang out อีกแล้ว

ฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองเลยนะ ว่าจะไปห่วงเขาทำไมนักหนา

ฉันไม่อยากโทรไป เพราะฉันคงไม่มีอภิสิทธิ์มากพอ

ฉันไม่อยากส่ง sms ไป เพราะเพื่อนที่ไหนเขาจะส่งให้กันล่ะ

ฉันก็ทำได้แค่สวดมนต์ก่อนนอนเพื่อขอให้เขามีชีวิตที่ดีเหมือนเคยๆ

บางครั้งฉันอยากจะบอกเขา ว่าถ้าเกิดเขามีเรื่องทุกข์ใจหรือ

มีปัญหาอะไร ก็โทรมาหาฉันได้ เพราะฉันก็คิดว่าเขาเป็นคนคิดมาก

ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว แต่ฉันก็เลือกที่จะเก็บมันเอาไว้ไม่บอกไป

เพราะฉันคิดว่า เขาเองก็คงมีเพื่อนมากมายเกินพอที่สนิทกว่าฉันและ

พร้อมจะรับฟังและช่วยเขาแก้ปัญหา ถ้าเวลานั้นเขามีปัญหาและเชื่อใจฉัน

นึกถึงฉัน เขาก็คงจะโทรมาเองแหละเนอะ 

แต่ฉันเป็นห่วงเขาเรื่องกินเหล้านี้แหละ แต่ฉันจะไปห้ามเขาได้ไงล่ะ นั่นมันความสุขของเขานี้นา  

ฉันว่านะ เขากินเหล้าบ่อยแบบนี้ สักวัน ตับเขาต้องแข็ง ยิ่งกว่าระฆังวัดแน่ๆเลย

เอามาเคาะที คงเสียงดังกังวาล เป๊งๆๆแต่หากเขากินแล้วกลับบ้านปลอดภัย

ฉันก็เป็นสุขแล้วล่ะ ^^